RSS

Monthly Archives: May 2007

Bill Gates and Steve Jobs

On May 30th,  Bill Gates and Steve Jobs came for a joint interview At D5.  It’s surprisingly infotaining to me so I’d probably look for other interesting people’s interviews at D5 as well.


They really are brilliant people (and funny ones too!). : )
Here are the links to the whole interview; Prologue, Part 1, Part 2, Part 3, Part 4, Part 5, Part 6, Part 7and, Highlight Reel.

Enjoy!





Side note: in the prologue, they were so young.

I’m not sure in which part, Steve said that everything is software in different outfits.  I think it’s sooooo true.  It’s all about software and, who’s doing a better job in cutting edge technology, and at the same time, enable customers/users to easily enjoy using their devices.

 
2 Comments

Posted by on May 31, 2007 in Fun, World

 

เป็นบุคคลสาธารณะ = ต้องยอมทุกอย่าง?

เวลาอ่านกระทู้หรือบทความ บางทีเราจะเจออะไรแบบนี้ .. 
เวลามีเรื่องอะไรที่คนสนใจขึ้นมาสักเรื่องหนึ่งแล้วคนตั้งกระทู้ขึ้นมา ให้คนอื่นมาร่วมกันทำมหกรรมด่า บางทีเราเห็นเราก็ตกใจนะว่าทำไมคนเราด่ากันง่ายๆขนาดนี้เลยเหรอ (บางคนไม่ใช่บุคคลสาธารณะเช่น นักการเมือง ดารานักร้อง ฯลฯด้วยซ้ำ .. เพียงแค่ตกเป็นข่าว)

บางทีด่าเสียๆหายๆก่อนที่จะติดตามดูเนื้อข่าวความเป็นมาเป็นไปเสียก่อนว่าแท้จริงแล้วเป็นยังไง ขอไม่ยกตัวอย่างแล้วกันเพราะตอนนี้นึกไม่ออก แต่คิดว่าคนที่ชอบอ่านกระทู้คงเคยประสบพบเจอบ้าง บางครั้งไม่ใช่กรณีคนสาธารณะด้วยซ้ำ .. เป็นกรณีมาเล่าเหตุการณ์ที่เจอแล้วคนก็มาด่าโดยฟังความข้างเดียว ตัดสินความผิดกันไปเรียบร้อย บางครั้งคู่กรณีก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวโดนด่าโดนสาปแช่งไม่ได้มีโอกาสเล่าเหตุการณ์ฝั่งตัวเอง

วันนี้เราได้ไปประสบพบเจอความคิดเห็นใน กระทู้หนึ่ง ซึ่งทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า “จริงเหรอ เขาต้องยอมจริงๆเหรอ ถึงแม้สิ่งที่พูดไม่จริง ก็ต้องยอมเพราะเป็นคนของประชาชน รู้สึกไม่พอใจไม่ได้?”

คือบอกตรงๆว่า การพูดในแง่ไม่ดีต่อใคร ไม่ว่า ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ เราก็ว่าไม่ดีทั้งนั้นอ่ะ แล้วยิ่งเป็นเรื่องไม่จริงยิ่งไปใหญ่ถึงแม้บางครั้งเขาจะบอกว่าพูดเล่นๆเป็นแค่จินตนาการก็ตาม .. ถ้าทันโลกอินเตอร์เน็ทและการเปิดกว้างหมายถึงจะพูดไรเกี่ยวกับใครก็ได้ ฉันคงต้องขอยอมไม่ทันโลก

Read the rest of this entry »

 

การวัดและการชดเชยแสง

ยังไม่ค่อยเข้าใจ .. แต่ขอเอามาเก็บไว้ก่อน
เดี๋ยวจะเอามาแปะเพิ่มเรื่อยๆเมื่อเจออีก

จาก .. “การวัดแสง”

คำแนะนำ :

เรื่องการวัดแสงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันนะครับ แล้วที่คุณบอกว่ายังไม่เข้าใจนั้น
ไม่เข้าใจจุดไหนของการวัดแสงล่ะครับ ผมจะลองสรุปให้ฟังคร่าวๆละกัน คือระบบวัด
แสงของกล้องนั้น จะมองเป็นสีเทากลาง 18% ครับ

หมายความว่าเวลาเรามองวัตถุสีขาวหรือสีดำหรือสีเทากลาง สายตาเราก็จะเห็นตามนั้น
แต่ระบบวัดแสงของกล้องมันมองทุกอย่างเป็นสีเทากลางครับ
วัตถุสีขาวหรือดำ กล้องก็จะมองเป็นสีเทากลาง เช่น ถ่ายสายน้ำตกวัดแสงไปที่สายน้ำตกสีขาว
ถ้าถ่ายตามค่าแสงที่กล้องวัดทันทีก็จะได้สายน้ำตาสีหม่นๆเทาๆครับ
แต่ถ้าคุณชดเชยแสงโอเวอร์สัก 1-2 สตอปก็จะได้ภาพสายน้ำตกที่มีสีขาวเหมือนตาเห็นครับ

ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะชดเชยแสงโอเวอร์ หรือ อันเดอร์ในกรณีไหน
แล้วควรชดเชยแสงกี่สตอป คุณต้องจำไว้เสมอว่าค่าเทากลางคือ
ค่าแสงที่ไม่ต้องชดเชยแสงครับ คือสามารถใช้ค่าแสงจากกล้องที่วัดได้เลย สีที่ใกล้
เคียงหรือตรงกับสีเทากลางก็จะมี สีแดง สีฟ้าเข้ม สีน้ำตาลใบไม้แห้ง หรือสีน้ำตาลของ
ลำต้นของต้นไม้ สีเขียวของใบไม้ทั่วๆไปไม่อ่อนหรือแก่เกินไป

ถ้าคุณถ่ายวัตถุที่สีสว่างกว่าเทากลาง เช่นสีขาว สีเหลืองอ่อน สีครีม
คุณต้องชดเชยแสงให้โอเวอร์คือสัญลักษณ์+

แต่ถ้าคุณถ่ายวัตถุสีเข้มกว่าสีเทากลางคือ สีดำ สีน้ำตาลแก่ คุณต้องชดเชยแสงไปทาง
อันเดอร์คือสัญลักษณ์ – ในระบบวัดแสง

ส่วนที่ว่าชดเชยกี่สตอปนั้นอยู่ที่ประสบการณ์ครับ
แต่หลักง่ายๆที่ผมจะสรุปก็คือ วัตถุสีขาว +2 สตอป วัตถุสีดำ -2 สตอป

วัตถุที่มีสีลดหลั่นกันลงไปเช่น สีเหลือง มันสว่างกว่าเทากลางแต่ไม่ถึงกับขาวก็ควรจะโอเวอร์สัก
1สตอป ส่วนสีน้ำตาลเข้ม สีมันเข้มกว่าเทากลางแต่ไม่ถึงกับดำก็อาจจะอันเดอร์ 1 สตอป

เช่นคุณต้องการถ่ายรถเก็บขยะของกทม. ซึ่งเป็นสีเหลืองทั้งคัน พอคุณรู้ว่าวัตถุที่ถ่าย
คือสีเหลืองต้องชดเชยแสงให้โอเวอร์สัก 1 stop คุณก็วัดแสงที่รถขยะนั่นสมมุติว่าได้
ค่าแสงที่ 125 f/5.6 เป็นค่าที่กล้องวัดแสงให้พอดี แต่นั่นเป็นค่าที่กล้องวัดแสงอ้างอิง
สีเทากลางถ้าเราถ่ายด้วยค่านั้น จะได้สีเหลืองเข้มกว่าตามอง เพราะฉะนั้นคุณต้องชดเชย
แสง 1 stop เพื่อให้ได้สีเหลืองที่สมจริง โดยปรับมาที่ 60 f/5.6 หรือ 125 f/4 ก็ได้นั่นคือ
คุณชดเชยแสงจากค่าแสงจริงที่กล้องอ่านได้ 1 stop ทำให้ได้สีสันที่ถูกต้อง

แต่การที่คุณจะรู้ว่าวัตถุต่างๆควรชดเชยแสงเท่าไหร่ อยู่ที่ประสบการณ์ครับ ถ้าคุณยังงงหรือจำ
ได้ไม่แม่นสักทีว่าวัตถุที่ออกไปทางสีอ่อนกว่าเทากลางต้องชดเชยโอเวอร์ วัดถุที่สีเข้มกว่า
เทากลางต้องชดเชยอันเดอร์ มีหลักจำง่ายๆครับ ท่องไว้เลยว่า ขาวเวอร์ดำเดอร์ แค่นี้
คุณก็จำได้แม่นเลย

ทีนี้ลองมาทำความเข้าใจกับระบบวัดแสงในกล้องของคุณเองดีกว่า
ผมไม่รู้ว่าคุณใช้กล้องรุ่นไหนอยู่

แต่ระบบวัดแสงทั่วๆไปในสมัยนี้จะมี 3 ระบบครับ
คือ ระบบเฉลี่ยทั้งภาพ ระบบเฉลี่ยหนักกลาง และระบบเฉพาะจุด ถ้าคุณใช้กล้องออโต
โฟกัส จะมีระบบเฉลี่ยทั้งภาพกับระบบเฉลี่ยหนักกลางแน่นอน ระบบเฉพาะจุดจะมีกับ
กล้องรุ่นท๊อปๆหน่อย แต่ถ้าคุณใช้กล้องแมนวลจะมีระบบเฉลี่ยหนักกลางเป็นระบบเดียว

ผมจะอธิบายระบบต่างๆโดยคร่าวๆ

ระบบเฉลี่ยทั้งภาพคือกล้องจะแบ่งพื้นที่ในช่องมองภาพออกเป็นส่วนๆ
กี่ส่วนก็แล้วแต่รุ่นของกล้องล่ะครับ แล้วนำค่าแสงแต่ละส่วนมาหาค่าเฉลี่ยกลางๆ

ระบบเฉลี่ยหนักกลาง เป็นระบบที่จะเอาค่าแสงในพื้นที่วงกลมตรงกลาง
ในช่องมองภาพมาราวๆ 75% ส่วนพื้นที่รอบนอกจะนำมาคิด 25% สรุปคือจะเน้นความ
สำคัญตรงกลางภาพ

อีกระบบคือระบะวัดแสงเฉพาะจุด ระบบนี้จะนำพื้นที่ในวงกลมเล็ก
กลางช่องมองภาพจะวัดแสงในพื้นที่วงกลมเล็กๆนั้น 100% ถ้าคุณรู้เรื่องการชดเชย
ค่าแสงต่างๆได้แม่นยำระบบนี้จะทำงานได้ดีที่สุด แต่ถ้าคุณยังไม่เก่งเรื่องชดเชยแสง
ระบบนี้อาจทำให้ภาพนั้นเสียไปเลยก็ได้

ถ้าคุณฝึกวัดแสงใหม่ๆผมแนะนำให้ใช้ระบบเฉลี่ยหนักกลางไปก่อนครับ
โดยเน้นวัตถุที่จะชดเชยแสงให้อยู่กลางภาพเป็นหลัก เพราะ
ระบบเฉลี่ยหนักกลางนี้ เป็นระบบวัดแสงพื้นฐานที่เก่าแก่ที่กล้องทุกตัวต้องมีครับ

ถ้าคุณสนใจจริงๆ แนะนำให้ฝึกด้วยฟิลม์สไลด์ครับ เพราะฟิลม์สไลด์นี่จะเห็นผลโดยตรง
เลย ถ้าคุณถ่ายด้วยฟิลม์เนกาตีฟ บางทีแลปจะแก้ให้ได้ครับ คุณก็ลองดูระบบวัดแสง
ในกล้องคุณว่ากล้องที่คุณใช้อยู่เป็นระบบวัดแสงแบบไหน ต้องเข้าใจการทำงานของ
ระบบวัดแสงว่ามันเป็นยังไง พอเข้าใจระบบวัดแสงกล้องตัวเองแล้วก็ฝึกวัดแสงชด
เชยแสงให้คล่องล่ะครับ ที่ผมพูดมาเป็นการสรุปคร่าวๆนะครับ คุณต้องลองศึกษาให้
ละเอียดจากหนังสือต่างๆแล้วหัดถ่ายไปเรื่อยๆเพื่อเพิ่มประสบการณ์ครับ
โดยคุณ : NORMAL LENS [ศ. 17 มี.ค. 2543 – 14:15:25 น.]

ระบบวัดแสง

ระบบวัดแสงแบบ Center-Weighted เป็นการวัดแสงในวงกลมกลางช่องมองภาพ เน้นในส่วนกลางภาพ 75% เฉลี่ยส่วนรอบๆ เพียง 25% สำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการให้กล้องวัดแสงในส่วนกลางภาพเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นในกล้องระดับมืออาชีพบางรุ่น เช่น D2x , D100 , D70/D70s ยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ในการวัดแสงได้อีก

ส่วนระบบวัดแสงแบบ Spot จะวัดแสงเฉพาะในวงกลมเล็กกลางช่องมองภาพ หรือ ในกรอบพื้นที่โฟกัสที่เลือกไว้ 100% โดยไม่เฉลี่ยพื้นที่รอบๆ เลย สำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการเน้นให้ความสว่างเฉพาะในจุดที่ต้องการถ่ายเท่านั้น เช่น การถ่ายภาพดอกไม้สีอ่อนๆ หรือ สีขาว ที่อยู่ในพุ่มใบไม้ที่ทึบๆ ถ้าวัดแสงเฉลี่ย ส่วนใบไม้จะสว่างขึ้น แต่ดอกไม้จะสว่างเกินไป ถ้าวัดแสงเฉพาะจุดที่ดอกไม้ ให้สว่างพอดี ส่วนใบไม้ก็จะดำทึบ เป็นต้น

การวัดแสงบริเวณกึ่งกลางภาพ ‘Center-Weighted Metering’ เพื่อเน้นค่าแสง บริเวณตัวแบบ เหมาะสำหรับถ่ายภาพบุคคล
คำอธิบายภาพ ‘3D Matrix Metering’การวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ เหมาะสำหรับถ่ายภาพ แบบทั่วๆไป เช่นภาพวิวทิวทัศน์

‘Spot Metering’การวัดแสงเฉพาะจุด เน้นเฉพาะวัตถุที่ต้องการถ่าย ในที่นี้วัดแสงที่บริเวณเกสรดอกไม้ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ ‘Close-up’

 ปล. ในที่สุด wordpress ก็มีฟังก์ชั่นให้เปลี่ยนสีได้ง่ายๆเสียที (น้ำตาคลอด้วยความดีใจ .. LOL) รวมถึงสัญลักษณ์เหล่านี้ด้วย ¤ζξ

 
3 Comments

Posted by on May 26, 2007 in Photography

 

ธีมใหม่

ธีม Ocean Mist นี้ดูสะอาดอ่านง่ายดีไหม?

เราว่าขนาดตัวหนังสือกำลังดีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอ่ะ



ไม่รู้จะใช้อันนี้ไปอีกนานแค่ไหน เปลี่ยนใจง่ายและขี้เบื่อขนาดนี้ ^^”

 
Leave a comment

Posted by on May 20, 2007 in Blog-related

 

Bad habits

Since I sorta giving up IM temporarily, I’ve been blogging and writing online diary a lotttt. I guess it’s a way of letting out some thoughts.


So many reasons that drove my to stop chatting. For one, I need to be more focused on my research. My mind couldn’t be where it should 100% if I stay online.


Other things are the bad habits that have been developed from chatting waaay too much. When you get used to the chatting at certain time of the day, you’ll get frustrated when your IM pals are not online. It’s hard for me because I’m aboard, not so many people I know are still here. Plus, I’m an early person, most of my friends here are nocturnal so they’re up sometimes three in the afternoon (and we don’t really chat just meet up and talk). When I got addicted to IM, I spent the time I should be thinking about research or reading useful stuff doing something else. Well, the bad habits didn’t end there.


Sometimes, it got worse when the chatting changed from fun stuff i.e. news, food, books, etc, etc to judging people some of my IM buddies and I don’t even know/interact with online or offline. [Sometimes, it’s not even constructive opinions which it got to the point that’s uncomfortable to me even to read/hear about it. :(]


I normally don’t like gossiping(there are so many other things in the world to talk about), updating news about friends is also fine by me. But, giving bad bad opinions about people OR making fun of people is off limit to me. No. I’m not saying that I’m better than my partners in crimes(some IM buddies), but I simply don’t want to be a part of it anymore [People from time to time get carried away(me included, you know)]. I mean I don’t even like to do it in everyday conversation, why should I start doing it i.e. listen/discuss it via IM? Felt really bad about myself so I decided it’s time to stop (for me). I couldn’t change how other live their lives, but I certainly can change me.


Soooo, from the aforementioned and some other things, in the future I think I would certainly keep my IM online time to bare minimum, just to chitchat to update their “own” news. Then, I will have more time to something good and useful besides gluing to the screen chatting. : )
[Good thing: I’ve been giving up the IM for 2or3 weeks and counting, I don’t have the urge to go back online just to judge or make fun of any people ^^]



Do you think people have tendencies to abuse IM?







PS. If you’re curious; no, he is hardly online ja .. too busy doing a lot of stuff. ; )

 
7 Comments

Posted by on May 18, 2007 in Life

 

Carb day

Ok. not good, really. But, I couldn’t help it.

I started my day with coffee with cream (I’ve developed a habit of drinking non-black coffee). Then between the meals, I ate two yes! two bread stick with hot tea. Then, I had Three Cheese Tortellini cooked in Italian cheese sauce for lunch. Then, some leftover Tortellini plus some fries for dinner. If I still had some icecream in the fridge, I would have eaten it too. Shame Shame



Really don’t want to count these as guilty pleasure.
[been dreaming about really really good food lately . . .]

 
2 Comments

Posted by on May 18, 2007 in Life

 

Goodbye Gilmore Girls

After 7 seasons, Gilmore Girls had come to an end, the series finale was aired last night. The ending was weak, but still okay(well, I’m bias what can I say?). 

hmmm Although I’ve been a big fan of GG, season 7 is a bit disappointment to me. IMO, it lacked the most appealing taste of GG, “the quick, witty, quirky, full of allusions dialogs”. One reason I could think of was probably partially due to the series creater, Amy Sherman-Palladino left the show after season 6 ended.

Despite the letdown, my love to GG, the series with 1 okay and 6 great seasons, has not stopped with the finale. Albeit our honeymoon period was over after season6, you’ll still be in my heart and probably in my DVD collection. ^^






So long, Gilmore girls.

 
Leave a comment

Posted by on May 16, 2007 in Series